วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนครั้งที่ 8

Learning  ( เนื้อหาที่เรียน )

1 .The toys use to work and steps to work
2. Power and energy
3. Present the toys
    -Power 
    -Sound energy 
    -Wind energy 
    -Gravity 
    -Magnet


Example



Knowledge  (ความรู้ที่ได้รับ)

-Children must can the invention of the player yourself.
-Find the answers to yourself.

Skills ( ทักษะที่ได้ )

1. Listening Skills
2. Answering and asking questions Skills
3. Thinking Skills

Teaching Techniques ( เทคนิคการสอน )

1. Open-ended questions 
2. Toys

Applications in Life ( การนำไปประยุกต์ใช้ )

-Children make to toys by yourself and the invention of the player yourself and find the answers to yourself.
    
Evaluation ( การประเมิน )

     Teacher  Speak clearly and neatly dressed
    
     Students  Intended dear  neatly dressed and cooperate

     classroom  Clean

บันทึกการเรียนครั้งที่ 7

Learning  ( เนื้อหาที่เรียน )

1.what the toys use to work.
2.power and energy

Knowledge  (ความรู้ที่ได้รับ)

-power 
-sound energy 
-wind energy 
-gravity 
-magnet 


Skills ( ทักษะที่ได้ )

1. Listening Skills
2. Answering and asking questions Skills
3. Thinking Skills

Teaching Techniques ( เทคนิคการสอน )

1. Open-ended questions 
2. Toys

Applications in Life ( การนำไปประยุกต์ใช้ )

-Organize content in accordance with the development and learning method.
-The experience of learning

    
Evaluation ( การประเมิน )

     Teacher  Speak clearly and neatly dressed
    
     Students  Intended dear  neatly dressed and cooperate

     classroom  Clean

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนครั้งที่ 6

Learning  ( เนื้อหาที่เรียน )

1.หลักการ/แนวคิดสู่ปฏิบัติการการพัฒนาเด็ก

กีเซล
แนวคิด                                                                         การปฏิบัติ
- พัฒนาการด้นร่างกายเป็นไปอย่างมีแบบแผน                 - จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
เป็นขั้นเป็นตอน                                                            - จัดกิจกรรมเล่นกลางแจ้ง
- การเรียนรู้เกิดจาการเคลื่อนไหว การใช้ภาษา                 - จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เด็กได้ใช้มือประสาท
  การปรับตัวเข้าสังคม                                                      สัมพันธ์กับตา

ฟอร์ย 
แนวคิด                                                                           การปฏิบัติ
- ประสบการณ์ในวัยเด็กมีผลต่อบุคลิกภาพ                       - ครูเป็นแบบอย่างที่ดี
ของเด็กเมื่อโตขึ้น หากไม่ได้รับการตอบสนอง                  - จัดกิจกรรมที่เป็นขั้นตอนจากง่ายไปยาก
เพียงพอจะเกิดการชะงักพฤตกรรมถดถอย                        - จัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและโรงเรียนเพ่อส่งเสริม                                                                                             บุคลิกภาพเด็ก
อิริคสัน
แนวคิด                                                                           การปฏิบัติ
- ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เด็กพอใจ ประสบผลสำเร็จ       - จัดกิจกรรมที่ทำให้เด็กเกิดประสบผลสำเร็จ 
 เด็กจะมองโลกในแง่ดี มีความเชื่อมั่นและวางใจ                  พึงพอใจ
- ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี เด็กจะมองโลกในแง่ร้าย   - จัดบรรยากาศให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
ขาดความเชื่อมั่น

เพียเจต์
แนวคิด                                                                           การปฏิบัติ
- ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม                                   - จัดกิจกรรมที่ให้เ็ดกได้ลงมือกระทำได้ใช้ประสาท                                                                                         สัมผัสทั้ง 5


Knowledge ( ความรู้ที่ได้รับ )

   คนเป็นครู จะต้องพัฒนาเด็กให้ครบทุกด้าน ครบทุกพัฒนาการ เน้นให้เด็กได้ช่วยเหลือตนเองและอยู่ร้่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข การจัดกิจกรรมจะต้องมีความสมดุล ยึดเด็กเป็นสำคัญและต้องมีการประสานสัมพันธ์กับครอบครัวและชุมชน

    
Skills ( ทักษะที่ได้ )

1. Listening Skills
2. Answering and asking questions Skills

Teaching Techniques ( เทคนิคการสอน )

1. Power point 
2. Open-ended questions 

Applications in Life ( การนำไปประยุกต์ใช้ )

    
Evaluation ( การประเมิน )

     Teacher  การใช้น้ำเสียงมีโทนเสียง หนักเบา ชัดเจน ใช้คำถามปลายเปิดให้นักศึกษาได้ใช้ความคิด ในการตอบได้กว้าง แต่งกายเรียบร้อย
    
     Students  ตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย ช่วยกันระดมความคิดในการตอบคำถาม

     classroom  เนื่องจากวันนี้นั่งเรียนกับพื้นจึงทำให้ไม่สะดวกในการเรียน

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินประจำวันที่ 08 / 09 / 58 ครั้งที่ 5

Learning  ( เนื้อหาที่เรียน )

1.มีกระดาษให้นักศึกษาคนละ 1 แผ่น ให้นักศึกษาประดิษฐ์เป็นสื่อของเล่นที่ทำให้เดิกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ประดิษฐ์ร่มชูชีพ




2.นักศึกษาปรึกษาอาจารย์เกี่ยวกับภาระงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อเป็นแนวทางในการห้ข้อมูลมาจัดกิจกกรรม

Knowledge  (ความรู้ที่ได้รับ)

     ร่มชูชีพ สามารถสอนให้เด็กเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับ อากาศ การเคลื่อนที่ของอากาศ แรงต้านที่ทำให้ร่มค่อยร่วงลงพื้น 

Skills ( ทักษะที่ได้ )

1. Listening Skills
2. Answering and asking questions Skills
3. Creativity Skills

Teaching Techniques ( เทคนิคการสอน )

1. Open-ended questions 
2. Equipment

Applications in Life ( การนำไปประยุกต์ใช้ )

     
Evaluation ( การประเมิน )

     Teacher  ใช้คำถามปลายเปิดให้นักศึกษาได้ใช้ความคิด ค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง ในการตอบได้กว้าง แต่งกายเรียบร้อย
    
     Students  ตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย ช่วยกันระดมความคิดในการตอบคำถาม

     classroom  สะอาด เอื้ออำนวยต่อการเรียน

บันทึกอนุทินประจำวันที่ 1 / 09 / 58 ครั้งที่ 4

Learning  ( เนื้อหาที่เรียน )  

    เข้าอบรมโครงการศึกษาศาสตร์วิชาการ ในหัวข้อ  " การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 " ที่อาคาร 28 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


Knowledge  (ความรู้ที่ได้รับ)




     
ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ การเรียนรู้ 3R x 7C
    3R คือ Reading (อ่านออก), (W)Riting (เขียนได้), และ (A)Rithemetics (คิดเลขเป็น)
    7C ได้แก่ 
       1. Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)
        2.Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม)
        3.Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
        4.Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ)
        5.Communications, Information, and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ)
        6.Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
        7.Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)
อ้างอิงจาก  http://www.noppawan.sskru.ac.th/data/learn_c21.pdf


Skills ( ทักษะที่ได้ )

1. Listening Skills
2. Answering and asking questions Skills

Teaching Techniques ( เทคนิคการสอน )

1. Power point 
2. Open-ended questions 

Applications in Life ( การนำไปประยุกต์ใช้ )

     จัดการเรียนการสอนให้เด็กได้ฝึกใช้ทักษะต่างๆ ในการทำกิจกรรมแต่ละอย่างครูต้องคอยเป็นโค้ช หรือดูแลให้เด็กได้ฝึกทำงานบรรลุตามเป้าหมาย 

ข้อมูลเพิ่มเติม : ขอบคุณมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ สำหรับข้อมูล


วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินประจำวันที่ 25 / 08 / 58 ครั้งที่ 3

Learning  ( เนื้อหาที่เรียน )


  • Cognative Development ( พัฒนาการางสติปัญญา )

 ความหมาย ความเจริญงอกงามด้านความสาสมารถทางปัญญา ภาษา และการคิดของแต่ละบุคคล พัฒนาขึ้นจากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม

  • Interaction ( กระบวนการปฏิสัมพันธ์ )
      1. Assimilation ( กระบวนการดูดซึม )

- fitting a new experience into an exisiting mental structure
-เมื่อมุนษมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ก็จะดูดซึมประสบการณ์ใหม่เข้าไปอยู่ในโครงสร้างสติปัญญา

      2. Accommodation ( กระบวนการปรับโครงสร้าง)

- คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของปัญญาที่มีอยู่แล้วให้เข้าสิ่งแวดล้อม หรือ ประสบการณ์ใหม่ เพ่อให้อยู่รอด
    
Knowledge  (ความรู้ที่ได้รับ)

       จากเนื้อหาข้างต้น สรุปได้ว่า สติปัญญาเกิดจากการปรับแนวคิดและพฤติกกรมจนเข้าสู่ภาวะสมดุล วิธีการมีปฏิสัมพันธ์ (Interactions) เช่น การสังเกต การสัมผัส การฟัง สูดดม เครื่องมือที่ใช้คือ อวัยวะในร่างการของเรา เช่น การสังเกต ครื่องมือที่ใช้คือ ตา  การฟัง เครื่องมือที่ใช้คือ หู เป็นต้น

Skills ( ทักษะที่ได้ )

1. Listening Skills
2. Answering and asking questions Skills

Teaching Techniques ( เทคนิคการสอน )

1. Power point 
2. Open-ended questions 

Applications in Life ( การนำไปประยุกต์ใช้ )

     นำไปเป็นแนวทางพัฒนาการทางสติปัญญา และส่งเสริมพัฒนาการสติปัญญา ให้สอดค้อง เพื่อที่จะสามารถจัดประสบการณ์ให้กับเด็กได้อย่างถูกต้อง

Evaluation ( การประเมิน )

     Teacher  การใช้น้ำเสียงมีโทนเสียง หนักเบา ชัดเจน ใช้คำถามปลายเปิดให้นักศึกษาได้ใช้ความคิด ในการตอบได้กว้าง แต่งกายเรียบร้อย
    
     Students  ตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย ช่วยกันระดมความคิดในการตอบคำถาม

     classroom  เนื่องจากวันนี้นั่งเรียนกับพื้นจึงทำให้ไม่สะดวกในการเรียน




บันทึกอนุทินประจำวันที่ 17 / 08 / 58 คั้งที่ 2

สรุบบทความ

5 แนวทางสอนคิด เติม"วิทย์"ให้เด็กอนุบาล


      ดร. วรนาท รักสกุลไทย นักการศึกษาปฐมวัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (ฝ่ายอนุบาล) กล่าวว่า "เราคงทราบดีกันอยู่แล้วว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญ แต่สำหรับเด็กอนุบาล แนวทางการสอนคือสิ่งที่จะทำให้เด็กสนใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือครูต้องแม่นยำในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก รวมถึงต้องอย่าลืมเรื่องจินตนาการที่มีอยู่สูงในเด็กวัยนี้"

      ดร.เทพกัญญา พรหมขัติแก้ว นักวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ประถมศึกษา สสวท. กล่าวถึงแนวทางในการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอนุบาลว่า"แนวทางของ สสวท.คือต้องการให้คุณครูบูรณาการวิทยาศาสตร์เข้าไปในการเรียนการสอนปกติของเด็ก ๆเน้นการเรียนรู้แบบองค์รวม ไม่ต้องแยกเป็นวิชา เพราะวิทยาศาสตร์คือกระบวนการการเรียนรู้ อยากให้คุณครูมองว่า มันคือการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวของเด็กๆ"

     ดร.เทพกัญญา ได้ให้แนวทางในการ "สืบเสาะความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก" อันประกอบแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อดังนี้
       
       1. ตั้งคำถามที่เด็กสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง เช่น คำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว หรือโลกของเรา
       
       2. ออกไปหาคำตอบด้วยกัน เนื่องจากคำถามในระดับเด็กอนุบาลมักจะเปิดกว้าง ดังนั้นการค้นหาคำตอบอาจมีครูคอยช่วยจัดประสบการณ์ให้เด็กตามที่เขาตั้งขึ้น
       
       3. เมื่อขั้นสองสำเร็จ เด็กจะเอาสิ่งที่เขาค้นพบมาไปตอบคำถามของเขาเอง ในขั้นนี้คุณครูอาจช่วยเสริมในแง่ของความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือในด้านของเหตุและผล
       
       4. นำเสนอสิ่งที่เขาสำรวจตรวจสอบมาแล้วให้กับเพื่อน ๆ
     
       5. การนำสิ่งที่เด็กค้นพบคำตอบนั้นไปเชื่อมโยงกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

* สำหรับข้อ 5 นั้นในระดับเด็กอนุบาลอาจยังไม่สามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ อาจต้องเป็นเด็กชั้นประถมศึกษาขึ้นไป